ระบบกำลังประมวลผล

โฉนดครุฑแดง ครุฑเขียว ครุฑดำ2

โฉนดที่ดินนั้นมีตราสัญลักษณ์ครุฑที่บ่งบอกถึงลักษณะและประเภทของที่ดิน

Somchai Sailom

วันที่โพสต์2020-11-12 13:45:46
Share
258

โฉนดที่ดินนั้นมีตราสัญลักษณ์ครุฑที่บ่งบอกถึงลักษณะและประเภทของที่ดิน ดังนั้นถ้าคุณเป็นอีกคนที่มีความสนใจอยากศึกษากฎหมาย ข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวกับที่ดิน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องศึกษาเกี่ยวกับสัญลักษณ์พวกนี้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันการปลอมแปลงข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินต่าง ๆ


1. เอกสารสิทธิ์ สปก. (ครุฑสีน้ำเงิน) เป็นเอกสารเกี่ยวกับที่ดิน สปก. ชื่อเต็ม “สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” เป็นที่ดินที่รัฐบาลจัดสรรให้เกษตรผู้มีรายได้น้อยได้ทำการเกษตร จึงได้ที่ดินมาในราคาถูก เช่น การนำพื้นที่ป่าไม้ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ซึ่งเป็นที่ดินของทางรัฐมาจัดสรรให้ประชาชน ซึ่งที่ดิน สปก. จะไม่สามารถซื้อขายได้ แต่สามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้ ซึ่งเอกสารสิทธิ์ สปก. เป็นสิทธิ์การครอบครองไม่ใช่กรรมสิทธิ์ นั่นคือหมายความว่า เมื่อรัฐเรียกคืนที่ดินผู้ถือครองต้องส่งคืนให้รัฐบาลอย่างไม่มีข้อแม้ และถึงว่าจะมีการทำผิดกฎหมายที่ว่า เอาเอกสารสิทธิ์ สปก. ไปแปลงเป็นโฉนดที่ดิน แต่ทุกอย่างล้วนสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว

2. นส.3(ครุฑสีดำ) ที่ดินการเกษตร เป็นที่ดินที่ไม่มีการรังวัด ไม่มีการวัดขนาดจากดาวเทียม ออกให้โดยนายอำเภอภายในท้องถิ่นนั้นๆ ไม่ได้มีการวัดแบบละเอียดจึงมักเกิดปัญหาที่ดินจริงๆ ไม่ตรงตาม นส.3 ดังนั้นการนำไปขายต่อจะได้ราคาไม่สูง

3. นส.3 ก (ครุฑสีเขียว) เหมือนกับนส.3 แต่มีการระวางและภาพถ่ายการวัดจากดาวเทียม ซื้อขายได้ จำนองกับธนาคารได้ เช่น ธนาคาร ธ.ก.ส. มีความใกล้เคียงกับโฉนดที่ดินมากที่สุด และเมื่อทำการตรวจสอบแล้วสามารถเปลี่ยนเป็นโฉนดได้ทันที แต่ที่ดิน นส.3 ก จะมีราคาถูกกว่าโฉนด เพราะเป็นเพียงสิทธิ์การครอบครอง ซึ่งทำให้อาจเกิดการเรียกคืนที่ดินจากรัฐบาลได้ (ปล่อยที่ดินทิ้งร้าง 1 ปี มีสิทธิ์ถูกเรียกคืน) เพราะไม่ใช่กรรมสิทธิ์อย่างโฉนด

5. นส.4 หรือโฉนดที่ดิน (ครุฑสีแดง) เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ถือครองโดยสมบูรณ์ มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดในบรรดาเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดิน ดังนั้นที่ดินประเภทนี้จึงมีราคาสูง

ดังนั้นหากคุณต้องการที่จะซื้อที่ดินสักแปลง นส.3 ก และ นส.4 จะเป็นเอกสารยืนยันสิทธิ์การถือครองที่ไว้วางใจได้มากที่สุด ตอนนี้อยู่ที่คุณแล้วว่าจะเลือกซื้อที่ดินแบบนำไปประโยชน์อย่างไร แต่ขอบอกไว้ ก่อนว่า “ความรู้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” ดังนั้นอย่าลืมมั่นตรวจสอบและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน ก่อนทำการลงทุนใดใดนะครับ